‘แล้วแต่ปุ๊’ [บทความ ลิเวอร์พูล]

ตามข้อมูลของ Liverpool ECHO รายงานว่า มีความเป็นไปได้ที่ ไมเคิล เอ็ดเวิร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายการกีฬาของสโมสร ลิเวอร์พูล จะไม่มีการขยับอะไรในตลาดซื้อ-ขายในช่วงซัมเมอร์นี้ และตลาดซื้อ-ขายจะปิดทำการในวันที่ 8 สิงหาคม แต่นักข่าวส่วนใหญ่เชื่อว่า หงส์แดง น่าจะมีการเซ็นสัญญากับผู้เล่นคนใหม่อย่างน้อยๆก็ 1 คนในหน้าร้อนนี้

ผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายไม่น่าจะอยู่ในแผนการที่จะต้องมีการซื้อเข้ามาเสริมทัพ ถึงแม้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ จะย้ายออกไปแล้วก็ตาม ในขณะที่ เดยัน ลอฟเรน และ ซิมง มิโญเล่ต์ เองก็ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องซื้อใครมาทดแทนเขา เพราะคาดว่าทั้งคู่จะอยู่กับทีมต่อไปในซีซั่นหน้า

แน่นอนว่าสิ่งต่างๆอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ถ้ามองจากความเป็นจริงที่ผ่านๆมาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แล้ว เขามักที่จะชอบใช้ผู้เล่นของเขาที่มีอยู่แล้วเพื่อแก้ไขในสถานการณ์แบบนี้ ยกตัวอย่างในตำแหน่งแบ็คซ้าย เขามักที่จะใช้ เจมส์ มิลเนอร์ หรือไม่ก็ โจ โกเมซ ไปเล่นในตรงนั้น

แน่นอนแฟนๆ ลิเวอร์พูล หลายๆคนจะต้องผิดหวังในเรื่องนี้อย่างมากถ้าหากสโมสรไม่มีการขยับซื้อใครมาเพิ่มเลย แต่หลังจากที่ทีมชุดนี้คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และจบอันดับที่ 2 ของตารางโดยมี 97 คะแนน มันจึงทำให้พวกเขาไม่ต้องกังวลว่าจะทำอะไร หรือขยับซื้อใครเพิ่มเข้ามาสู่ทีมไหมในเวลานี้

ศักยภาพในทีมเวลานี้ถือว่าค่อนข้างที่จะยอดเยี่ยม การได้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน กลับมา มันเหมือนราวกับว่าพวกเขาได้นักเตะคนใหม่เข้ามาสู่ทีมแล้ว เพราะเนื่องจากเจ้าตัวไม่สามารถที่จะมีผลงานได้ในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา และ คล็อปป์ เองก็เชื่อมั่นในความสามารถของ ดิ อ็อกซ์ อีกด้วย และไหนจะยังมี นาบี เกอิต้า ที่มีอาการเจ็บแบบออดๆแอดๆรบกวนมาตลอดในช่วงฤดูกาลแรกของเขากับสโมสร และในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ พวกเขาก็หวังว่า เกอิต้า จะสามารถที่จะมีร่างกายที่ฟิตมากพอที่จะลงเล่นกับทีมที่มากยิ่งขึ้น

แน่นอนมันจะเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับเหล่าบรรดาแฟนบอลหลายๆคนถ้าหากทีมไม่ได้มีการเสริมผู้เล่น หรือเซ็นสัญญากับนักเตะระดับ ‘บิ๊กเนม’ เข้าสู่สโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ขอให้รู้เอาไว้ว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ และ ไมเคิล เอ็ดเวิร์ด มีประวัติที่ยอดเยี่ยมและรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่จากที่ผ่านมา และแน่นอนเจ้าของสโมสรเองก็พร้อมที่จะสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มที่ในเรื่องนี้

เงินไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอนในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่สิ่งที่เป็นปัยหาคือความหงิดหงุดในหัวใจที่ร้อนรุ่มของเหล่าบรรดาแฟนๆบอล หงสืแดง เพียงเท่านั้น และมีเสียงที่แตกออกมาถึงสองเสียงในช่วงเวลานี้ก็คือ

1. ทำไมไม่เสริมทีมเพื่อทำการต่อยอด และก้าวไปด้วยความแข็งแกร่งข้างหน้าต่อไป แน่นอนนักเตะที่มีอยู่ในทีมถ้ามองจาก 11 ผู้เล่นตัวจริงของทีมแล้วละก็ไม่มีใครมานั่งปฏิเสธได้ว่า นี่คือขุมกำลังรบที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว ไม่มีใครจะสามารถต้านทานได้เลยในตำแหน่ง 11 ผู้เล่นตัวจริงของทีม และสามารถที่จะสู้ได้ทุกๆทีมอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่กลับกันถ้าเรามองไปถึงผู้เล่นสำรอง โดยวัดจากขุมกำลังของทีมระดับ Top 6 แน่นอนไม่ขี้เหร่อยู่แล้ว แต่ถ้าต้องมานั่นลุ้นแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ,เชลซี ,แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือแม้กระทั้ง อาร์เซนอล และ สเปอร์ส เทียบได้อย่างไม่มีที่ติดอะไรทั้งสิ้น แต่ถ้าจะลุ้นแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วละก็ น่าจะออกมาในรูปแบบลุ้นกันจนหยดสุดท้ายจริงๆ

ซิตี้ มีการเสริมผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมเข้าสู่ทีมมาโดยตลอด และปีนี้พวกเขาทุ่มเงินจำนวน 62.5 ล้านปอนด์ เพื่อทำการคว้าตัว โรดรี้ มิดฟิลด์ทีมชาติสเปน จากแอตเลติโก้ มาดริด ที่เล่นในตำแหน่งของ แฟร์นันดินโญ่ ที่กำลังอยู่ในฟอรืมที่โรยราลงไป แน่นอนนี่คือตัวแทนในอนาคตข้างหน้าอย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว

เมื่อมองจากขุมกำลังในการที่จะไปต่อกรกับทีมระดับบ้าคลั่งในการทุ่มซื้อผู้เล่น และใช้เงินสร้างความสำเร็จแบบเร่งด่วนแล้วละก็ น่าจะวัดกันอยากยิ่งจริงๆในเรื่องนี้ สิ่งที่เราเห็นกับ คล็อปป์ ก็คือ เขาจะไม่ใช้เงินแบบสุรุ่ยสุร่ายมือเติบ แต่จะใช้เงินทุ่มซื้อนักเตะที่มีความจำเป็นแกการทำทีมของเขาอย่างที่เราเห็นก็คือ ทุ่มทีเดียวให้มันจบไปเลยเช่น เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ,อลิสซง เบ็คเกอร์ และ ฟาบินโญ่ ที่ผ่านมา

2. แล้วแต่บอส! กลุ่มคนกองเชียร์นี้ จะเอายังไงก็แล้วแต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเห็นสมควร เพราะมีความเชื่อมั่นในตัวของผู้จัดการคนนี้ และรู้ดีว่าเขาประสบพบเจอกับอะไรที่อยู่ตรงหน้าอยู่แล้ว และเข้าใจดีว่าเขาต้องพบเจอกับปัญหาแบบนี้เสมอ และรู้ดีอยู่แล้วว่าควรจะเสริมไหม หรือไม่เสริม หรือเลือกแบบไหนในทิศทางต่อไป

97 คะแนนในลีกคว้าตำแหน่งรองแชมป์ กับคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก็น่าจะบอกอะไรได้แล้วว่า ขอแค่มีผู้เล่นที่เขาไว้ใจ และผู้เล่นที่เขาต้องการทำตามแบบแผนของเขา คล็อปป์ เองก้พร้อมที่จะโชว์กึ๋นออกมาให้เห็นแล้วว่า เขาคือหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ยืนอยู่บนแถวหน้าของโลกไปแล้วในเวลานี้ เรื่องฝีไม้ลายมือไม่มีใครปฏิเสธในเรื่องนี้ แต่สิ่งที่อยู่เหนือในฝีมือนั้นคือความมั่นใจที่เขามีต่อลูกทีมของเขามากที่สุด

คล็อปป์ ส่งผ่านความมั่นใจ และเชื่อใจว่าลูกทีมของเขาจะต้องทำได้ และแน่นอนเขาทำแบบนั้นมาโดยตลอดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แต่ขอยกตัวอย่างแนวทางของ คล็อปป์ กับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา สักกะตี๊ด ล่าสุดมีการให้สัมภาษณ์จาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกตัวเก่งของพวกเขาว่า เป๊ป ชอบกดดันลูกทีมเสมอ และบ่อยครั้งที่เขามักที่จะชอบซื้อผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกับกับผู้เล่นตัวหลักของทีม เพื่อใช้มันท้าทายกับผู้เล่นของเขา

เห้ย! อย่างว่าแหละ คนมีเงินทำไรก้ไม่น่าเกลียด ทีมจะรวยก็ช่วยไม่ได้ นั่นคือปรัชญาในการทำทีมที่แตกต่างกันชัดเจน คล็อปป์ เชื่อมั่น เป๊ป สร้างความกดดัน และท้าทายความสามารถลูกทีมของตัวเองให้แสดงฝีเท้าออกมาได้ดีที่สุดเท่าที่เขาต้องการ เพราะถ้าเอ็งทำไม่ได้ ฉันเองก็พร้อมที่จะมีตัวแทนลงเล่นได้เสมอในตำแหน่งของเอ็ง

เพราะฉะนั้นอย่างที่บอกไปว่า ไม่ว่าความคิดเห็นแบบไหนที่เป็นตัวเลือกทั้งสองอย่างที่พูดมานั้น ไม่มีตัวเลือกไหนที่เป็นความผิดต่อความคิดเลย ทั้งสองข้อล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่เรียกว่าข้อดีของแต่ละข้ออยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว และไม่ว่าเราจะเลือกข้อไหน ท้ายที่สุดแล้ว เราก็ทำได้เพียงแค่เป็นผู้ที่คิดได้เพียงเท่านั้น สุดท้ายท้ายที่สุด คล็อปป์ และ เอ็ดเวิร์ด จะเป็นคนตัดสินใจในเรื่องนี้อยู่วันยั่งค่ำ ไม่เชื่อหรอ? ลองถาม จอห์น ดับเบิลยู เฮนรี่ เจ้าของสโมสรดูซิ แกยังไม่ยุ่งเรื่องนี้เลย แกยังว่า ‘แล้วแต่ปุ๊’ เลยด้วยซ้ำ!!